8.

ถึงเวลา รีล มาดริด โฟกัสในเกมลีคได้แล้ว
รีล มาดริด ถือว่าเป็นมหาอำนาจลูกหนังของประเทศสเปนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย พวกเค้ามีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากเกี่ยวกับฟุตบอล ทั้งถ้วยรางวัล ผู้เล่น ผู้จัดการทีม สนาม แฟนบอล และอีกมากมาย ซีซั่นนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่พวกเค้ากลับมามีลุ้นแชมป์เต็มตัว ต้องบอกว่าน่าจะเป็นเวลาที่พวกเค้าน่าจะหันกลับมาโฟกัสที่เกมลีคอีกครั้งหนึ่ง เพราะอะไร
รีล มาดริด ห่างแชมป์ลีคนานเกินไป
หากคนที่ติดตามฟุตบอลมาบ้าง จะรู้ว่าหากพูดถึงลาลีก้าสเปน จะมีเพียงแค่สองทีมเท่านั้นที่พูดถึงกันก็คือ บาร์เซโลนา และ รีลมาดริด แต่ไม่น่าเชื่อว่าหากเปิดสถิติย้อนหลัง 10 ซีซั่นหลังสุด รีล มาดริดได้แชมป์เพียงแค่ 2 ซีซั่นเท่านั้นคือซีซั่น 2011-2012 กับ 2016-2017 เท่านั้นเอง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นบาร์เซโลน่าจัดไปถึง 7 ซีซั่น กับ แอต.มาดริดแทรกมาได้ 1 ซีซั่นเท่านั้นเอง จากสถิติดังกล่าว หากรีล มาดริดไม่อยากสูญเสียตัวตนไป พวกเค้าต้องหันกลับมาเน้นเกมลีคบ้างได้แล้วไม่งั้นอาจจะโดนบาร์เซโลน่ากวาดแชมป์ลีคไปอีก
บาร์เซโลนา กับความยิ่งใหญ่ที่ยากจะโค่น
หากเราดูสถิติแชมป์ลีค แม้ว่า รีลมาดริดจะมากที่สุดคือ 33 ครั้ง แต่บาร์เซโลน่าก็ตามมาไม่ห่างเท่าไรที่ 26 ครั้ง บอกเลยว่าหากปล่อยไว้ โอกาสที่จะโดนบาร์เซโลน่า ไล่ทันจนแซงได้คงเกิดขึ้นแน่นอน เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่รีลมาดริดไม่อยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ชายที่ชื่อว่า ซีดาน
หลังจากเอากุนซือสมองเพชรอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน กลับมารับงานอีกครั้งที่ รีล มาดริด จริงอยู่ว่าตอนแรก เค้าเองก็ต้องปรับจูนอะไรอีกมากมายเพื่อทำให้ทีมกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง แม้จะใช้เวลาไปบ้างแต่ตอนนี้สภาพทีม ความฟิต และนักเตะดูเหมือนจะพร้อมท้าชิง บัลลังก์แชมป์จากบาร์เซโลน่า อีกครั้งด้วย มองไปที่แต้มในตารางหลังจากผ่านมาได้ หนึ่งในสามของฤดูกาล พวกเค้าทำคะแนนได้เท่ากับบาร์เซโลน่า ส่วน แอต.มาดริด ยังตามหลังอีกนิดหน่อย ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีทีเดียว ก็ต้องมาดูว่า พวกเค้าจะกลับมาคว้าแชมป์ลีคในรอบหลายปีนี้ได้หรือไม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

3 ทีมอันตรายที่ลงไปเล่น ถ้วยยูโรป้าลีค3 ทีมอันตรายที่ลงไปเล่น ถ้วยยูโรป้าลีค

สิ่งหนึ่งที่ UCL รอบแบ่งกลุ่มรอบแรกไม่เหมือนกับการแข่งทัวร์นาเมนต์สโมสรอื่นก็คือ หากได้แชมป์กลุ่ม กับรองแชมป์ เราก็ผ่านเข้ารอบต่อไปสู่การน็อคเอาท์ หากได้ที่สามเราก็ยังได้อะไรปลอบใจอยู่นั่นคือการตกลงไปเล่นถ้วยยุโรปถ้วยเล็กที่ชื่อว่า ถ้วยยูโรป้าลีค ซีซั่นนี้มีทีมที่ต้องบอกว่าไม่น่าอกหักจากถ้วยใหญ่ลงไปเล่นถ้วยเล็กได้เลย แต่ก็ต้องไปตามกติกามีทีมไหนน่ากลัวบ้าง เราคัดมาเน้น 3 ทีม อินเตอร์ มิลาน ทีมใหญ่ที่เราขอบอกเลยว่าน่าเสียดายมากที่ต้องลงไปเล่นถ้วย ยูโรป้า ลีค นั่นก็คือ อินเตอร์ มิลาน ทีมยักษ์หลับของอิตาลีหลังจากฟุบไปนานตอนนี้พวกเค้ากลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้งหนึ่ง ยิ่งได้กุนซือมาดเนี้ยบอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ มาทำทีมด้วยแล้วทำให้ อินเตอร์ มิลาน ชุดนี้น่ากลัวมาก คิดดูว่าอินเตอร์ชุดนี้เป็นทีมเดียวที่พร้อมจะท้าชิงตำแหน่งแชมป์ลีคมาจากยูเวนตุสได้

แง้มแฟ้มประวัติ “โจ โคล” อดีตกองกลางฝีมือดีแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษแง้มแฟ้มประวัติ “โจ โคล” อดีตกองกลางฝีมือดีแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษ

“โจ โคล” อดีตกองกลางของทีมชาติอังกฤษ และ เชลซี ได้ประกาศอำลาวงการค้าแข้งเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยวัย 37 ปี ด้วยรูปร่างที่พริ้วไหวที่คล่องตัว การตัดสินใจที่เฉียบคม และลีลาฝีเท้าที่ดีเกินตัว ในวงการฟุตบอลอังกฤษเมืองผู้ดีในสมัยนั้น ซึ่งหาผู้เล่นประเภทนี้ได้ยากมากจน “โจ โคล” ได้ถูกยกให้เป็น “แกซซ่า [พอล แกสคอยน์] คนต่อไป” หลังประเดิมสนามให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 17 ปี และสวมปลอกแขนกัปตันทีม “ขุนค้อน” ในอีก 4

อาร์เจนติน่า อยากไปบอลโลกไม่ง่ายเสียแล้วอาร์เจนติน่า อยากไปบอลโลกไม่ง่ายเสียแล้ว

ทันทีที่เสียงนกหวีดในเกมที่บราซิลหมดสิ้นลง พร้อมกับความพ่ายแพ้ของอาร์เจนติน่าต่ออริตลอดกาลอย่างบราซิลไป 0-3 ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ของอาร์เจนติน่าต่อการเข้ารอบสุดท้ายไปโชว์เพลงแข้งที่ประเทศรัสเซียนั้นไม่ง่ายเสียแล้ว หลังจากพวกเค้าต้องตกไปอยู่อันดับที่ 6 อยู่นอกโซนเพลย์ออฟไปเสียแล้ว อาร์เจนตินา ที่ไร้เมสซี่ สำหรับอาร์เจนติน่านั้น เชื่อว่าทุกคนคงนึกถึงนักเตะมาจากต่างดาวอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ แน่นอนแต่ช่วงแรกเค้าไม่ได้เข้ามาร่วมทีมฟ้าขาวในช่วงคัดเลือกช่วงแรกเนื่องจากเค้ามีสภาพจิตใจที่ไม่พร้อม หลังจากได้รับบทพระรอง(อีกแล้ว) ในทัวร์นาเมนต์ โคปปาอเมริกา เซนทานาริโอ ทีนี้เมื่ออาร์เจนติน่าเมื่อไร้เมสซี่ถึงแม้ว่าจะมีนักเตะชื่อดังอีกมากมายในทีม ไม่ว่าจะเป็นอังเคล ดิ มาเรีย , ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ , อิกวาอิน แต่ดาวดังเหล่านี้กลับสำแดงพิษสงไม่ออกเลย คู่แข่งชิงพื้นที่เข้ารอบที่ไม่ง่ายเหมือนก่อน ไม่เพียงแค่ตัวอาร์เจนติน่าเองที่ทำตัวเองให้ดร็อปลงไป