ผมอยากกลับไปคุมทีมในพรีเมียร์ลีกอีกนะ – โปเช็ตติโน่กล่าว

โปเช็ตติโน่
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ อดีตผู้จัดการทีมสโมสรดังอย่างไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ได้ออกมาเปิดใจถึงความปรารถนาของเขาที่หวังอย่างยิ่งว่าจะได้มาคุมทีมที่อังกฤษเพื่อเข้าแข่งในรายการพรีเมียร์ลีก
หลังจากปลีกตัวเองไปพักจากความตึงเครียดของอาชีพที่เขารักนานถึงสามเดือนโดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลเลย กุนซือวัย 47 ปีได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับไฟที่ลุกโชน โดยเฉพาะที่สหาราชอาณาจักรที่ทำให้ไฟในตัวเขาปะทุขึ้นมากอีกครั้งหนึ่ง โดยโปเช็ตติโน่ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสกายสปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังเป็นเวลาเกือบชั่วโมง และดวงตาของเขาก็เปล่งประกายออกมาทันทีที่นาตาลี พิ้งค์แฮม ผู้สัมภาษณ์จากรายการ อิน เดอะ พิ้งค์ ถามถึงโอกาสที่เขาจะได้กลับมาเป็นโค้ชให้กับทีมสัญชาติอังกฤษอีกครั้ง
“ถ้าให้พูดตามตรง ผมยินดีอย่างยิ่งเลยที่จะได้คุมทีมในพรีเมียร์ลีก ผมรู้ว่ามันยากมาก และตอนนี้ผมก็ทำได้แค่รอ และเดี๋ยวเราค่อยมาดูกัน ตอนนี้เป็นช่วงที่ผมควรพักและทบทวนตัวเองสักหน่อย ผมต้องพร้อมอยู่ตลอดเวลา กับวงการฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมพร้อมและรอคอยความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังเข้ามา ผมเชื่อและมั่นใจมากว่าโอกาสครั้งนี้ที่จะเข้ามามันจะต้องยอดเยี่ยมแน่นอน”
ก่อนที่เขาจะเสริมต่อเมื่อได้รับคำถามเกี่ยวกับทีมเก่าของเขาอย่างไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ “แน่นอน ผมภูมิใจมาก ๆ กับทุกความสำเร็จที่เราได้รับในช่วงเวลานั้น และเมื่อผมมานั่งคิดทบทวน มันเกิดสิ่งดี ๆ มากมาย ผมเคยอยู่ในช่วงสำคัญของสโมสร ย้อนมองกลับไป ทุกอย่างที่ผมได้ทำตอนนั้นมันน่ากลัวมาก การทุบสนามเก่าและสร้างใหม่ การย้ายไปเล่นที่สนามกีฬาเวมบลีย์และมิลตัน คีนส์ คนในวงการฟุตบอลจะรู้ดีเลยว่ามันยากแค่ไหนที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ในช่วงนั้น การปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ ๆ มันยาก แต่ว่าผมภูมิใจมาก ๆ กับความสำเร็จที่พวกเราได้รับ และการพาสเปอร์ไปยังจุดที่แตกต่าง การได้ลงเล่นในแชมป์เปี้ยนส์ลีกสามหรือสี่ปี แถมยังได้ตำแหน่งเหนือปืนใหญ่ อาร์เซนอลหลายครั้งยิ่งเป็นเกียรติประวัติให้พวกเรา การที่ชนะได้ตำแหน่งมันก็เป็นรางวัลที่ดี แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือการได้มีสโมสรและสนามอยู่ที่ท็อตแน่ม มันเหนือกว่าชัยชนะใดในลีก”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ถึงเวลา รีล มาดริด โฟกัสในเกมลีคได้แล้วถึงเวลา รีล มาดริด โฟกัสในเกมลีคได้แล้ว

รีล มาดริด ถือว่าเป็นมหาอำนาจลูกหนังของประเทศสเปนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย พวกเค้ามีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากเกี่ยวกับฟุตบอล ทั้งถ้วยรางวัล ผู้เล่น ผู้จัดการทีม สนาม แฟนบอล และอีกมากมาย ซีซั่นนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่พวกเค้ากลับมามีลุ้นแชมป์เต็มตัว ต้องบอกว่าน่าจะเป็นเวลาที่พวกเค้าน่าจะหันกลับมาโฟกัสที่เกมลีคอีกครั้งหนึ่ง เพราะอะไร รีล มาดริด ห่างแชมป์ลีคนานเกินไป หากคนที่ติดตามฟุตบอลมาบ้าง จะรู้ว่าหากพูดถึงลาลีก้าสเปน จะมีเพียงแค่สองทีมเท่านั้นที่พูดถึงกันก็คือ บาร์เซโลนา และ รีลมาดริด แต่ไม่น่าเชื่อว่าหากเปิดสถิติย้อนหลัง 10 ซีซั่นหลังสุด รีล มาดริดได้แชมป์เพียงแค่ 2 ซีซั่นเท่านั้นคือซีซั่น 2011-2012

อาร์เจนติน่า อยากไปบอลโลกไม่ง่ายเสียแล้วอาร์เจนติน่า อยากไปบอลโลกไม่ง่ายเสียแล้ว

ทันทีที่เสียงนกหวีดในเกมที่บราซิลหมดสิ้นลง พร้อมกับความพ่ายแพ้ของอาร์เจนติน่าต่ออริตลอดกาลอย่างบราซิลไป 0-3 ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ของอาร์เจนติน่าต่อการเข้ารอบสุดท้ายไปโชว์เพลงแข้งที่ประเทศรัสเซียนั้นไม่ง่ายเสียแล้ว หลังจากพวกเค้าต้องตกไปอยู่อันดับที่ 6 อยู่นอกโซนเพลย์ออฟไปเสียแล้ว อาร์เจนตินา ที่ไร้เมสซี่ สำหรับอาร์เจนติน่านั้น เชื่อว่าทุกคนคงนึกถึงนักเตะมาจากต่างดาวอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ แน่นอนแต่ช่วงแรกเค้าไม่ได้เข้ามาร่วมทีมฟ้าขาวในช่วงคัดเลือกช่วงแรกเนื่องจากเค้ามีสภาพจิตใจที่ไม่พร้อม หลังจากได้รับบทพระรอง(อีกแล้ว) ในทัวร์นาเมนต์ โคปปาอเมริกา เซนทานาริโอ ทีนี้เมื่ออาร์เจนติน่าเมื่อไร้เมสซี่ถึงแม้ว่าจะมีนักเตะชื่อดังอีกมากมายในทีม ไม่ว่าจะเป็นอังเคล ดิ มาเรีย , ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ , อิกวาอิน แต่ดาวดังเหล่านี้กลับสำแดงพิษสงไม่ออกเลย คู่แข่งชิงพื้นที่เข้ารอบที่ไม่ง่ายเหมือนก่อน ไม่เพียงแค่ตัวอาร์เจนติน่าเองที่ทำตัวเองให้ดร็อปลงไป

แง้มแฟ้มประวัติ “โจ โคล” อดีตกองกลางฝีมือดีแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษแง้มแฟ้มประวัติ “โจ โคล” อดีตกองกลางฝีมือดีแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษ

“โจ โคล” อดีตกองกลางของทีมชาติอังกฤษ และ เชลซี ได้ประกาศอำลาวงการค้าแข้งเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยวัย 37 ปี ด้วยรูปร่างที่พริ้วไหวที่คล่องตัว การตัดสินใจที่เฉียบคม และลีลาฝีเท้าที่ดีเกินตัว ในวงการฟุตบอลอังกฤษเมืองผู้ดีในสมัยนั้น ซึ่งหาผู้เล่นประเภทนี้ได้ยากมากจน “โจ โคล” ได้ถูกยกให้เป็น “แกซซ่า [พอล แกสคอยน์] คนต่อไป” หลังประเดิมสนามให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 17 ปี และสวมปลอกแขนกัปตันทีม “ขุนค้อน” ในอีก 4