อัพเดทข่าวเด็ดวงการฟุตบอลให้ท่านได้รู้ตื้นลึกหนาบาง ข่าวฟุตบอล 5 ประเด็นเด่นที่น่าติดตามเมื่อพรีเมียร์ลีกกลับมา

5 ประเด็นเด่นที่น่าติดตามเมื่อพรีเมียร์ลีกกลับมา

5 ประเด็นเด่นที่น่าติดตามเมื่อพรีเมียร์ลีกกลับมา (1)

พรีเมียร์ลีกกลับมาลงสนามอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากหยุดพักไปจากโปรแกรมทีมชาติหลายครั้ง ตั้งแต่เดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน ซึ่งการกลับมาครั้งนี้จะไม่มีการหยุดชะงักอีกจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า พร้อมกับการเข้าสู่ช่วงโปรแกรมการแข่งขันที่แน่นหนาในช่วงเทศกาลปลายปี

1. ลิเวอร์พูล (Liverpool) ฟอร์มร้อนแรงภายใต้การนำของ อาร์เน สลอต (Arne Slot)

ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของอาร์เน สลอตกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยปัจจุบันรั้งจ่าฝูงทั้งในพรีเมียร์ลีกและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้พวกเขาทำแต้มหลุดมือไปเพียง 2 นัด และมีคะแนนนำหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ถึง 5 คะแนน

ลิเวอร์พูลมีเป้าหมายสำคัญในการรักษาตำแหน่งจ่าฝูงก่อนเข้าสู่เกมสำคัญที่จะเปิดบ้านพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) กับช่วงเวลาที่น่าท้าทาย

ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) กำลังเผชิญกับปัญหาผลงานตกต่ำอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยพวกเขาแพ้ 4 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในอาชีพผู้จัดการทีมของกวาร์ดิโอลา

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีสำหรับแฟนบอลซิตี้คือ กวาร์ดิโอลาเพิ่งเซ็นสัญญาใหม่อีก 1 ปี ทำให้เขาจะอยู่คุมทีมถึงครบ 10 ปี โดยเกมถัดไป แมนฯ ซิตี้จะต้องเปิดบ้านพบกับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ซึ่งเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับการหยุดสถิติพ่ายแพ้

3. การลุ้นแชมป์ของอาร์เซนอล (Arsenal) และทีมตามหลัง

อาร์เซนอลที่จบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา กำลังไล่ตามลิเวอร์พูลอยู่ 4 คะแนน โดยพวกเขาจะต้องเจอกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (Nottingham Forest) ในวันเสาร์นี้

นอกจากนี้ เชลซี (Chelsea) และไบรท์ตัน (Brighton) ก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากับอาร์เซนอล ทำให้การแข่งขันในกลุ่มท็อปโฟร์ฤดูกาลนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น

4. สถิติของลิเวอร์พูลกับการนำ 5 แต้ม

การนำห่าง 5 แต้มหลังจากผ่าน 11 นัดแรกเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเพียง 6 ครั้งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก โดย 5 ครั้งก่อนหน้านี้ ทีมจ่าฝูงสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้เคยพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้ แม้เคยตามหลังจ่าฝูงเกิน 5 คะแนนในฤดูกาลที่ผ่านมา

5. เกมที่น่าจับตาในช่วงโปรแกรมแน่น

การแข่งขันที่กำลังกลับมาดำเนินต่อในพรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยโปรแกรมที่เข้มข้น โดยนอกจากเกมระหว่างลิเวอร์พูลและแมนฯ ซิตี้ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ทีมใหญ่ต่างก็มีเกมสำคัญที่ต้องลงสนามอย่างต่อเนื่อง

พรีเมียร์ลีกช่วงปลายปีนี้น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกเกมสามารถเปลี่ยนแปลงอันดับตารางคะแนนได้ทันที

การเลือก แทงบอล sbo เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดิมพันออนไลน์ในปัจจุบัน เว็บ แทงบอล sbo มีระบบที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และผู้เล่นประสบการณ์สูง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

Inquest into Fatality Postponed

การไต่สวนกรณีการเสียชีวิตถูกเลื่อนออกไปการไต่สวนกรณีการเสียชีวิตถูกเลื่อนออกไป

การไต่สวนการเสียชีวิตถูกเลื่อนออกไป ส่งผลให้กระบวนการสืบสวนล่าช้าและทำให้คำถามยังคงไม่มีคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการความกระจ่าง

ทิศทางที่ดีขึ้นของดอร์ทมุนด์ทิศทางที่ดีขึ้นของดอร์ทมุนด์

ปีนี้ บุนเดสลีก้า เป็นลีคที่ลุ้นกันสนุกขึ้นเยอะเลย จากเดิมที่ผูกขาดที่บาเยิร์นมิวนิคอย่างเดียว ปีนี้คั่วกันหลายทีมเลย หลักๆก็จะมีสามทีมอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก, บาเยิร์น มิวนิค และ ดอร์ทมุนด์ ตอนนี้ดอร์ทมุนด์หลังจากกลับมาจากพักเบรกหนีหนาวบอกเลยว่าเหมือนกับเป็นทีมใหม่แต่หน้าเดิม ทิศทางของทีมดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยมีสัญญาณบวกอะไรบ้าง กล้าเล่นเกมบุกจากทุกตำแหน่ง ดอร์ทมุนด์ แต่ไหนแต่ไรมาเรื่องเกมบุกต้องไว้ใจเค้าเลย เหมือนนักเตะถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ว่าต้องบุก บุก บุก แล้วก็บุกเพื่อทำประตู ทำคะแนนเท่านั้น พอกลับมาคราวนี้เกมบุกของพวกเค้านี่บอกเลยว่ากล้าเล่นทุกตำแหน่งเลยทีเดียว เอาแต่ตั้งแผงหลังที่ตั้งเกมบุกแบบบอลโยนยาวไดเรคตรงๆก็มี บอลกลางสนามจ่ายทะลุช่องสวยๆแบบคิลเลอร์พาสก็มี หรือจะเป็นการเปิดจากด้านข้างเข้ามาเพื่อแท็บอินทำประตูแบบง่ายๆอันนี้ก็มีด้วยเหมือนกัน พอบุกได้จากทุกตำแหน่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับมือยากมากไม่รู้จะกันใครดี บอลอยู่ที่ใครยิงเข้าได้หมด ความเฉียบคมของนักเตะ มาร์โค

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

ตำนานนิวคาสเซิลของฮาว ผู้พลิกประวัติศาสตร์ 56 ปีตำนานนิวคาสเซิลของฮาว ผู้พลิกประวัติศาสตร์ 56 ปี

ตำนานนิวคาสเซิลของฮาว ผู้พลิกประวัติศาสตร์ 56 ปี น้ำตาแห่งความปลื้มปีติได้หลั่งไหลเมื่อ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (Newcastle United) ในที่สุดก็ขับไล่ผีร้ายแห่งความล้มเหลวตลอด 56 ปีบนเวที เวมบลีย์ (Wembley) ที่เคยหลอกหลอนพวกเขามาตลอด เมื่อผู้ตัดสิน จอห์น บรูคส์ (John Brooks) เป่านกหวีดยาวสิ้นสุดเกมยืนยันชัยชนะ 2-1 ในศึก คาราบาว คัพ (Carabao Cup) เหนือ ลิเวอร์พูล (Liverpool)