โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พบ ลีลล์

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พบ ลีลล์

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พบ ลีลล์

 

ลีลล์จบในกลุ่มท็อป 8 ของรอบแบ่งกลุ่ม

 

ภารกิจของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (Borussia Dortmund) ในการสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (Champions League) ยังคงดำเนินต่อไปในวันอังคารนี้ โดยพวกเขาจะเปิดบ้านพบกับลีลล์ (Lille) ในเลกแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย sunday999

 

ดอร์ทมุนด์ ทีมรองแชมป์ฤดูกาลที่แล้ว ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อย่างไม่ยากเย็นนัก หลังจากเอาชนะสปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยสกอร์รวม 3-0 ในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งถือเป็นผลงานที่ช่วยกู้หน้าจากฤดูกาลที่น่าผิดหวังในบุนเดสลีกา ขณะที่ลีลล์สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการจบใน 8 อันดับแรกของรอบแบ่งกลุ่มและผ่านเข้าสู่รอบนี้โดยอัตโนมัติ

 

ประเด็นที่น่าสนใจ

ดอร์ทมุนด์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำงานร่วมกับกุนซือคนใหม่ นิโก้ โควัช แต่พวกเขาแพ้เพียงนัดเดียวจาก 7 เกมนับตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม ซึ่งรวมถึงรอบเพลย์ออฟที่พวกเขาเอาชนะสปอร์ติ้ง ลิสบอน 3-0 ในเกมเยือน ก่อนจะเสมอ 0-0 ในบ้าน ดอร์ทมุนด์คาดหวังว่าจะสามารถเรียกฟอร์มที่ยอดเยี่ยมนี้กลับมาได้ในศึกแชมเปียนส์ลีก โดยมี เซรู กิราสซี่ หัวหอกตัวเก่งที่ยิงไปแล้ว 24 ประตูในทุกรายการฤดูกาลนี้เป็นกำลังหลัก sunday999

 

อย่างไรก็ตาม การเอาชนะลีลล์อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ดอร์ทมุนด์ถือเป็นขาประจำของศึกแชมเปียนส์ลีกเมื่อเทียบกับลีลล์ ซึ่งผ่านเข้ามาเล่นในรายการนี้แบบไม่ต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ทีมจากฝรั่งเศสใช้โอกาสของพวกเขาได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่ม โดยเก็บชัยชนะเหนือทั้งเรอัล มาดริดและแอตเลติโก มาดริด รวมถึงเสมอกับยูเวนตุส พวกเขายิงไป 17 ประตูและเสียเพียง 9 ประตูจาก 8 เกมที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ โจนาธาน เดวิด กองหน้าทีมชาติแคนาดา ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการยิงไป 8 ประตู ซึ่งอาจเป็นอาวุธสำคัญของลีลล์ในการลุ้นเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศของแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

 

การคาดการณ์ผลการแข่งขัน

เกมนี้น่าจะเป็นการแข่งขันที่สูสี เนื่องจากทั้งสองทีมมีศูนย์หน้าที่อันตรายและสามารถทำประตูได้ดี อย่างไรก็ตาม เลกแรกอาจจะเป็นดอร์ทมุนด์ที่ได้เปรียบเล็กน้อย แต่ไม่น่าจะมีสกอร์ที่ขาดลอยจนทำให้เลกสองหมดความหมาย

 

คาดการณ์ผลการแข่งขัน: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-1 ลีลล์

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ทิศทางที่ดีขึ้นของดอร์ทมุนด์ทิศทางที่ดีขึ้นของดอร์ทมุนด์

ปีนี้ บุนเดสลีก้า เป็นลีคที่ลุ้นกันสนุกขึ้นเยอะเลย จากเดิมที่ผูกขาดที่บาเยิร์นมิวนิคอย่างเดียว ปีนี้คั่วกันหลายทีมเลย หลักๆก็จะมีสามทีมอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก, บาเยิร์น มิวนิค และ ดอร์ทมุนด์ ตอนนี้ดอร์ทมุนด์หลังจากกลับมาจากพักเบรกหนีหนาวบอกเลยว่าเหมือนกับเป็นทีมใหม่แต่หน้าเดิม ทิศทางของทีมดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยมีสัญญาณบวกอะไรบ้าง กล้าเล่นเกมบุกจากทุกตำแหน่ง ดอร์ทมุนด์ แต่ไหนแต่ไรมาเรื่องเกมบุกต้องไว้ใจเค้าเลย เหมือนนักเตะถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ว่าต้องบุก บุก บุก แล้วก็บุกเพื่อทำประตู ทำคะแนนเท่านั้น พอกลับมาคราวนี้เกมบุกของพวกเค้านี่บอกเลยว่ากล้าเล่นทุกตำแหน่งเลยทีเดียว เอาแต่ตั้งแผงหลังที่ตั้งเกมบุกแบบบอลโยนยาวไดเรคตรงๆก็มี บอลกลางสนามจ่ายทะลุช่องสวยๆแบบคิลเลอร์พาสก็มี หรือจะเป็นการเปิดจากด้านข้างเข้ามาเพื่อแท็บอินทำประตูแบบง่ายๆอันนี้ก็มีด้วยเหมือนกัน พอบุกได้จากทุกตำแหน่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับมือยากมากไม่รู้จะกันใครดี บอลอยู่ที่ใครยิงเข้าได้หมด ความเฉียบคมของนักเตะ มาร์โค

มาดูเอเก้

โนนี่ มาดูเอเก้ จ่อพักยาวถึงปลายมีนาคม เชลซีเผชิญวิกฤตนักเตะบาดเจ็บล้นทีมโนนี่ มาดูเอเก้ จ่อพักยาวถึงปลายมีนาคม เชลซีเผชิญวิกฤตนักเตะบาดเจ็บล้นทีม

โค้ชเอนโซ่ มาเรสกา (Enzo Maresca) ของสโมสรฟุตบอลเชลซี (Chelsea) เปิดเผยถึงสถานการณ์บาดเจ็บของ โนนี่ มาดูเอเก้ (Noni Madueke) วงแชมป์ทีมชาติอังกฤษ ว่ามีแนวโน้มจะพักการแข่งขันจนกระทั่งหลังช่วงพักระหว่างทีมชาติในปลายเดือนมีนาคม มาดูเอเก้ อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บและต้องออกจากสนามอย่างเร็วในเกมที่เชลซีแพ้ บรายตัน (Brighton) ด้วยสกอร์ 0-3 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยโค้ชมาเรสการะบุว่า “โนนี่ จะพักการแข่งขันจนกระทั่งช่วงพักระหว่างทีมชาติ แทบจะแน่นอน” นอกเหนือจาก มาดูเอเก้ แล้ว

ยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ ใครบ้างที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง

ยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ: ใครบ้างที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง?ยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ: ใครบ้างที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง?

หลังจากความผิดหวังในศึกยูโร 2024 ที่กรุงเบอร์ลิน ทีมชาติอังกฤษ (England)กำลังเริ่มต้นยุคใหม่ โดย ตารางบอล นัดถัดไปคือการลงแข่งขันในศึกเนชันส์ลีก ซึ่งการพบกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (Ireland)ในวันเสาร์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้น โดยในแมตช์นี้เป็นครั้งแรกที่ ลี คาร์สลีย์ (Lee Carsley)ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวหลังจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต ลาออกจากตำแหน่ง หลังคุมทีมมาเป็นเวลา 8 ปี คาร์สลีย์ ซึ่งเคยนำทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีคว้าแชมป์ยุโรปในปี 2023 ได้รับโอกาสครั้งนี้เพื่อพิสูจน์ความสามารถของเขาในฐานะกุนซือชุดใหญ่ แต่คำถามสำคัญคือ ใครบ้างในทีมอังกฤษที่ต้องพิสูจน์ตัวเองในยุคใหม่ของทีมชาติ? ความท้าทายของ