สรุปผลงานรายการยูโร 2020 ทัพ เบล(เกือบ)เยียม

สรุปผลงานรายการยูโร 2020 ทัพ เบล(เกือบ)เยียม

ปีศาจแดงดำแห่งยุโรป เบลเยียม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่แฟนบอลค่อนข้างคาดหวัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าผลงานของพวกเค้าถือว่าดีตลอด จนสามารถขึ้นไปถึงเบอร์หนึ่งตามอันดับแรงค์กิ้งกันแล้ว แต่น่าเสียดายที่เบอร์หนึ่งแต่ยังไม่ได้แชมป์เมเจอร์สักรายการนี้สิ เรามาดูว่าพวกเค้าจะทำได้ไหมในทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020 งวดนี้

ผลงานการแข่งขัน

เบลเยียมลงสนามในยูโรหนนี้ด้วยอันดับตัวเต็งไม่เกินสาม พวกเค้ามีทีมที่ดีและนักเตะในทีมหลายคนอยู่ในฟอร์มที่เรียกได้ว่าพีคเลย รอบแบ่งกลุ่มพวกเค้าอยู่กลุ่มบี ร่วมสายกับ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และ รัสเซีย ดูจากชื่อชั้นมีเพียงแค่เดนมาร์กที่พอจะทำให้เหงื่อออกได้บ้าง แต่สุดท้ายก็ตามคาด ชนะรวดสามเกม เก็บเก้าแต้มเต็มพร้อมกับฟอร์มที่เรียกได้ว่าหรูเลย ยิ่งศูนย์หน้าอย่าง ลูคาคู อยู่ในฟอร์มที่หยุดยากมาก

เข้ามาถึงรอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย พวกเค้าเจอด่านยากกับ โปรตุเกส เกมนี้ไม่ง่ายเลย เป็นเกมที่สู้กันในแดนกลางสนุกมาก ไล่บี้ บด เบียด ปะทะกันแทบจะทั้งเกม แต่สุดท้ายเป็นความคมของเบลเยียม ที่มีมากกว่า เลยเบียดเอาชนะไปได้ 1-0 ไปต่อในรอบแปดทีมสุดท้าย เจอกับของแข็งอย่างอิตาลีที่ฟอร์มหรูเหมือนกัน เกมนี้พวกเค้าต้องตกเป็นรองพอเริ่มต้นครึ่งหลังตามอยู่ 2-1 เกือบทั้งครึ่งหลัง เบลเยียมพยายามบุกเข้าใส่ ใส่ทุกอย่างที่มีไปหมดแล้ว แต่มันก็ดีไม่พอเจาะไม่เข้า ทำให้แพ้ตกรอบกลับบ้านไปเร็ว

นักเตะฟอร์มดี

ทัวร์นาเมนต์นี้ เบลเยียม ทำได้ผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานและน่าผิดหวังสำหรับแฟนบอล แต่ถ้ามองจากเรื่องของฟอร์มนักเตะฟอร์มดีสุดน่าจะเป็น โรเมลู ลูคาคู ศูนย์หน้าของทีม ที่เก็บบอล พลิกเล่น ยิง ได้ตามต้องการเลย เกมที่แพ้อิตาลี ลูคาคู โดนดักทางบอลไม่ให้มาถึง ทำให้เค้าแทบจะไม่มีโอกาสเท่าไรนัก อนาคตของทีมนี้ต้องยอมรับว่าพวกเค้าเหลือเวลาไม่มากนักสำหรับนักเตะยุคทองของชาติ หากทัวร์หน้าพวกเค้ายังใช้กุนซือคนเดิมอยู่ เราว่าคงไปได้ไม่ถึงแชมป์สักทีคงได้แต่ เบล(เกือบ)เยียมอยู่อย่างนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

โอมาร์ มาร์มูซ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังการเสริมทัพในเดือนมกราคม การเปลี่ยนแปลงสู่ การเริ่มต้นบทใหม่อีกครั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังการเสริมทัพในเดือนมกราคม การเปลี่ยนแปลงสู่ การเริ่มต้นบทใหม่อีกครั้ง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ได้ทำการเสริมทัพครั้งใหญ่ในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม เพื่อหลีกเลี่ยงฤดูกาลที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008-09 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่สโมสรถูกซื้อโดยกลุ่มทุนจาก อาบูดาบี (Abu Dhabi) เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) กุนซือใหญ่ได้เปิดเผยว่า “ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา สโมสรต้องการเสริมทัพ แต่ผมปฏิเสธไป เพราะผมเชื่อมั่นในนักเตะชุดปัจจุบัน แต่หลังจากที่เราประสบปัญหาการบาดเจ็บ ทำให้ผมคิดว่าเราน่าจะต้องเสริมทัพจริงๆ”   การเสริมทัพครั้งใหญ่ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก (Premier League) ที่ปัจจุบันรั้งอันดับ 5 ได้คว้าตัวนักเตะใหม่

อัลวาเรซ

แอตเลติโก ตกลงดีลมูลค่า 81.5 ล้านปอนด์สำหรับอัลวาเรซของแมนซิตี้แอตเลติโก ตกลงดีลมูลค่า 81.5 ล้านปอนด์สำหรับอัลวาเรซของแมนซิตี้

แอตเลติโก ตกลงดีลมูลค่า 81.5 ล้านปอนด์สำหรับอัลวาเรซของแมนซิตี้ ในความเคลื่อนไหวที่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการฟุตบอลยุโรป แอตเลติโก มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่ง ลาลีกา สเปน ได้บรรลุข้อตกลงในการซื้อตัว ฆูเลียน อัลวาเรซ (Julian Alvarez) กองหน้าดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 81.5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติการขายนักเตะที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรแชมป์ พรีเมียร์ลีก ดีลดังกล่าวประกอบด้วยค่าตัวเบื้องต้น 64.4 ล้านปอนด์ (75 ล้านยูโร) พร้อมด้วยเงื่อนไขโบนัสเพิ่มเติมอีก 17.1

การบ้านของ เชลซีการบ้านของ เชลซี

ต้องยอมรับตามตรงว่าการที่พวกเค้าสามารถทะลุไปได้ถึง รอบชิงชนะเลิศก็ว่ายอดเยี่ยมแล้ว จากการพาทีมครึ่งซีซั่นหลังแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่เท่านั้นการพาทีมได้แชมป์ UCL ทำให้ซีซั่นนี้พวกเค้าต้องใช้คำว่า ประสบความสำเร็จได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าที่ต้องชาบูเลย ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมไม่ได้ซื้อนักเตะใหม่เข้ามาสักคน เข้ามาทำทีมนักเตะเดิมนี่แหละ เลยไม่แปลกที่หลายคนจะชาบูเค้าถึงผลงานครั้งนี้ แต่ว่าตอนนี้พวกเค้าเองก็ต้องมีการบ้านเพื่อยกระดับตัวเองในการป้องกันแชมป์ UCL ด้วยเหมือนกัน รวมถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีคด้วย การดึงศักยภาพของ แวร์เนอร์ ซีซั่นที่แล้ว ตลาดหน้าร้อนของเชลซีถือว่าบ้าคลั่งมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าพวกเค้ายังไม่ได้ใช้เงินจากการขายนักเตะตัวหลักของทีมอย่างเอแดน อาซาร์ เลย แถมยังโดนแบนอีกทำให้เงินในคลังเหลือเยอะมาก การนำเข้าสองสตาร์ดูโอ้เยอรมันอย่าง ไค ฮาร์แวตช์ และ ติโม แวร์เนอร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี