ถึงเวลา รีล มาดริด โฟกัสในเกมลีคได้แล้ว

รีล มาดริด ถือว่าเป็นมหาอำนาจลูกหนังของประเทศสเปนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย พวกเค้ามีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากเกี่ยวกับฟุตบอล ทั้งถ้วยรางวัล ผู้เล่น ผู้จัดการทีม สนาม แฟนบอล และอีกมากมาย ซีซั่นนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่พวกเค้ากลับมามีลุ้นแชมป์เต็มตัว ต้องบอกว่าน่าจะเป็นเวลาที่พวกเค้าน่าจะหันกลับมาโฟกัสที่เกมลีคอีกครั้งหนึ่ง เพราะอะไร
รีล มาดริด ห่างแชมป์ลีคนานเกินไป
หากคนที่ติดตามฟุตบอลมาบ้าง จะรู้ว่าหากพูดถึงลาลีก้าสเปน จะมีเพียงแค่สองทีมเท่านั้นที่พูดถึงกันก็คือ บาร์เซโลนา และ รีลมาดริด แต่ไม่น่าเชื่อว่าหากเปิดสถิติย้อนหลัง 10 ซีซั่นหลังสุด รีล มาดริดได้แชมป์เพียงแค่ 2 ซีซั่นเท่านั้นคือซีซั่น 2011-2012 กับ 2016-2017 เท่านั้นเอง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นบาร์เซโลน่าจัดไปถึง 7 ซีซั่น กับ แอต.มาดริดแทรกมาได้ 1 ซีซั่นเท่านั้นเอง จากสถิติดังกล่าว หากรีล มาดริดไม่อยากสูญเสียตัวตนไป พวกเค้าต้องหันกลับมาเน้นเกมลีคบ้างได้แล้วไม่งั้นอาจจะโดนบาร์เซโลน่ากวาดแชมป์ลีคไปอีก
บาร์เซโลนา กับความยิ่งใหญ่ที่ยากจะโค่น
หากเราดูสถิติแชมป์ลีค แม้ว่า รีลมาดริดจะมากที่สุดคือ 33 ครั้ง แต่บาร์เซโลน่าก็ตามมาไม่ห่างเท่าไรที่ 26 ครั้ง บอกเลยว่าหากปล่อยไว้ โอกาสที่จะโดนบาร์เซโลน่า ไล่ทันจนแซงได้คงเกิดขึ้นแน่นอน เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่รีลมาดริดไม่อยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ชายที่ชื่อว่า ซีดาน
หลังจากเอากุนซือสมองเพชรอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน กลับมารับงานอีกครั้งที่ รีล มาดริด จริงอยู่ว่าตอนแรก เค้าเองก็ต้องปรับจูนอะไรอีกมากมายเพื่อทำให้ทีมกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง แม้จะใช้เวลาไปบ้างแต่ตอนนี้สภาพทีม ความฟิต และนักเตะดูเหมือนจะพร้อมท้าชิง บัลลังก์แชมป์จากบาร์เซโลน่า อีกครั้งด้วย มองไปที่แต้มในตารางหลังจากผ่านมาได้ หนึ่งในสามของฤดูกาล พวกเค้าทำคะแนนได้เท่ากับบาร์เซโลน่า ส่วน แอต.มาดริด ยังตามหลังอีกนิดหน่อย ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีทีเดียว ก็ต้องมาดูว่า พวกเค้าจะกลับมาคว้าแชมป์ลีคในรอบหลายปีนี้ได้หรือไม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ทิศทางที่ดีขึ้นของดอร์ทมุนด์ทิศทางที่ดีขึ้นของดอร์ทมุนด์

ปีนี้ บุนเดสลีก้า เป็นลีคที่ลุ้นกันสนุกขึ้นเยอะเลย จากเดิมที่ผูกขาดที่บาเยิร์นมิวนิคอย่างเดียว ปีนี้คั่วกันหลายทีมเลย หลักๆก็จะมีสามทีมอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก, บาเยิร์น มิวนิค และ ดอร์ทมุนด์ ตอนนี้ดอร์ทมุนด์หลังจากกลับมาจากพักเบรกหนีหนาวบอกเลยว่าเหมือนกับเป็นทีมใหม่แต่หน้าเดิม ทิศทางของทีมดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยมีสัญญาณบวกอะไรบ้าง กล้าเล่นเกมบุกจากทุกตำแหน่ง ดอร์ทมุนด์ แต่ไหนแต่ไรมาเรื่องเกมบุกต้องไว้ใจเค้าเลย เหมือนนักเตะถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ว่าต้องบุก บุก บุก แล้วก็บุกเพื่อทำประตู ทำคะแนนเท่านั้น พอกลับมาคราวนี้เกมบุกของพวกเค้านี่บอกเลยว่ากล้าเล่นทุกตำแหน่งเลยทีเดียว เอาแต่ตั้งแผงหลังที่ตั้งเกมบุกแบบบอลโยนยาวไดเรคตรงๆก็มี บอลกลางสนามจ่ายทะลุช่องสวยๆแบบคิลเลอร์พาสก็มี หรือจะเป็นการเปิดจากด้านข้างเข้ามาเพื่อแท็บอินทำประตูแบบง่ายๆอันนี้ก็มีด้วยเหมือนกัน พอบุกได้จากทุกตำแหน่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับมือยากมากไม่รู้จะกันใครดี บอลอยู่ที่ใครยิงเข้าได้หมด ความเฉียบคมของนักเตะ มาร์โค

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ทะลุรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ หลังเฉือนชนะ เซาแธมป์ตันลิเวอร์พูล ทะลุรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ หลังเฉือนชนะ เซาแธมป์ตัน

ลิเวอร์พูล ทะลุรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ หลังเฉือนชนะ เซาแธมป์ตัน ดาร์วิน นูเญซ (Darwin Nunez) นำพา ลิเวอร์พูล สู่ชัยชนะเหนือ เซาแธมป์ตัน ในศึก คาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน สล็อต (Arne Slot) นูเญซ สามารถยุติสถิติไม่ยิงประตู 6 เกมติดต่อกัน โดยเขาและ ฮาร์วีย์ เอลเลียต

ยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ ใครบ้างที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง

ยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ: ใครบ้างที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง?ยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ: ใครบ้างที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง?

หลังจากความผิดหวังในศึกยูโร 2024 ที่กรุงเบอร์ลิน ทีมชาติอังกฤษ (England)กำลังเริ่มต้นยุคใหม่ โดย ตารางบอล นัดถัดไปคือการลงแข่งขันในศึกเนชันส์ลีก ซึ่งการพบกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (Ireland)ในวันเสาร์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้น โดยในแมตช์นี้เป็นครั้งแรกที่ ลี คาร์สลีย์ (Lee Carsley)ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวหลังจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต ลาออกจากตำแหน่ง หลังคุมทีมมาเป็นเวลา 8 ปี คาร์สลีย์ ซึ่งเคยนำทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีคว้าแชมป์ยุโรปในปี 2023 ได้รับโอกาสครั้งนี้เพื่อพิสูจน์ความสามารถของเขาในฐานะกุนซือชุดใหญ่ แต่คำถามสำคัญคือ ใครบ้างในทีมอังกฤษที่ต้องพิสูจน์ตัวเองในยุคใหม่ของทีมชาติ? ความท้าทายของ