3 ทีมอันตรายที่ลงไปเล่น ถ้วยยูโรป้าลีค

สิ่งหนึ่งที่ UCL รอบแบ่งกลุ่มรอบแรกไม่เหมือนกับการแข่งทัวร์นาเมนต์สโมสรอื่นก็คือ หากได้แชมป์กลุ่ม กับรองแชมป์ เราก็ผ่านเข้ารอบต่อไปสู่การน็อคเอาท์ หากได้ที่สามเราก็ยังได้อะไรปลอบใจอยู่นั่นคือการตกลงไปเล่นถ้วยยุโรปถ้วยเล็กที่ชื่อว่า ถ้วยยูโรป้าลีค ซีซั่นนี้มีทีมที่ต้องบอกว่าไม่น่าอกหักจากถ้วยใหญ่ลงไปเล่นถ้วยเล็กได้เลย แต่ก็ต้องไปตามกติกามีทีมไหนน่ากลัวบ้าง เราคัดมาเน้น 3 ทีม
อินเตอร์ มิลาน
ทีมใหญ่ที่เราขอบอกเลยว่าน่าเสียดายมากที่ต้องลงไปเล่นถ้วย ยูโรป้า ลีค นั่นก็คือ อินเตอร์ มิลาน ทีมยักษ์หลับของอิตาลีหลังจากฟุบไปนานตอนนี้พวกเค้ากลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้งหนึ่ง ยิ่งได้กุนซือมาดเนี้ยบอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ มาทำทีมด้วยแล้วทำให้ อินเตอร์ มิลาน ชุดนี้น่ากลัวมาก คิดดูว่าอินเตอร์ชุดนี้เป็นทีมเดียวที่พร้อมจะท้าชิงตำแหน่งแชมป์ลีคมาจากยูเวนตุสได้ บอกเลยว่าทีมในยูโรป้าลีคมีเหนื่อยเลย
เบนฟิก้า
อีกหนึ่งยอดทีมที่ไม่น่าตกลงมาเล่นเลยก็คือ เบนฟิก้า จากโปรตุเกส ทีมนี้อาจจะไม่ได้มีดาราดาวเด่นอะไรมาก พวกเค้าเน้นการปั้นดินสู่ดาวแล้วส่งขายมากกว่า แต่ดาวเตะเหล่านี้แหละบอกเลยว่าพวกเค้ามีแรงกระตุ้นในการเล่นเยอะมาก พวกเค้ารู้ดีว่าหากโชว์ฟอร์มดีก็มีโอกาสใหญ่รออยู่ ดังนั้นนักเตะเล่นแบบลืมตาย วิ่งสู้ฟัดทุกจังหวะแน่นอน อีกอย่างเบนฟิก้าอยู่ไกลมากทำให้การเดินทางจะล้ามีผลต่อฟอร์มในสนามด้วยเช่นกัน
อาแจ็ค
อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ที่ไม่น่าตกลงมาเล่นถ้วยนี้เลย จำได้ว่าแฟนบอลเฉพาะกิจสายลงทุนบ่นกันเยอะเลย พอตกลงมาอาแจ็คก็เลยเป็นอีกหนึ่งทีมพลังหนุ่มที่มีเงื่อนไขเดียวกับเบนฟิก้า พร้อมจะลุยสู้ได้ทุกทีมที่มีอยู่ ยิ่งอาแจ็คชุดนี้เหมือนจะกลมกล่อมได้ทีแล้วพร้อมสู้ทีมใหญ่ ทีมเล็กได้ทุกทีมเหมือนกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

การบ้านของ เชลซีการบ้านของ เชลซี

ต้องยอมรับตามตรงว่าการที่พวกเค้าสามารถทะลุไปได้ถึง รอบชิงชนะเลิศก็ว่ายอดเยี่ยมแล้ว จากการพาทีมครึ่งซีซั่นหลังแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่เท่านั้นการพาทีมได้แชมป์ UCL ทำให้ซีซั่นนี้พวกเค้าต้องใช้คำว่า ประสบความสำเร็จได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าที่ต้องชาบูเลย ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมไม่ได้ซื้อนักเตะใหม่เข้ามาสักคน เข้ามาทำทีมนักเตะเดิมนี่แหละ เลยไม่แปลกที่หลายคนจะชาบูเค้าถึงผลงานครั้งนี้ แต่ว่าตอนนี้พวกเค้าเองก็ต้องมีการบ้านเพื่อยกระดับตัวเองในการป้องกันแชมป์ UCL ด้วยเหมือนกัน รวมถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีคด้วย การดึงศักยภาพของ แวร์เนอร์ ซีซั่นที่แล้ว ตลาดหน้าร้อนของเชลซีถือว่าบ้าคลั่งมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าพวกเค้ายังไม่ได้ใช้เงินจากการขายนักเตะตัวหลักของทีมอย่างเอแดน อาซาร์ เลย แถมยังโดนแบนอีกทำให้เงินในคลังเหลือเยอะมาก การนำเข้าสองสตาร์ดูโอ้เยอรมันอย่าง ไค ฮาร์แวตช์ และ ติโม แวร์เนอร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

ยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ ใครบ้างที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง

ยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ: ใครบ้างที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง?ยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ: ใครบ้างที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง?

หลังจากความผิดหวังในศึกยูโร 2024 ที่กรุงเบอร์ลิน ทีมชาติอังกฤษ (England)กำลังเริ่มต้นยุคใหม่ โดย ตารางบอล นัดถัดไปคือการลงแข่งขันในศึกเนชันส์ลีก ซึ่งการพบกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (Ireland)ในวันเสาร์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้น โดยในแมตช์นี้เป็นครั้งแรกที่ ลี คาร์สลีย์ (Lee Carsley)ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวหลังจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต ลาออกจากตำแหน่ง หลังคุมทีมมาเป็นเวลา 8 ปี คาร์สลีย์ ซึ่งเคยนำทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีคว้าแชมป์ยุโรปในปี 2023 ได้รับโอกาสครั้งนี้เพื่อพิสูจน์ความสามารถของเขาในฐานะกุนซือชุดใหญ่ แต่คำถามสำคัญคือ ใครบ้างในทีมอังกฤษที่ต้องพิสูจน์ตัวเองในยุคใหม่ของทีมชาติ? ความท้าทายของ

Kevin De Bruyne

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางคนสำคัญจะไม่ย้ายออกจากทีมในฤดูกาลนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางคนสำคัญจะไม่ย้ายออกจากทีมในฤดูกาลนี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เควิน เดอ บรอยน์ (Kevin De Bruyne) กองกลางคนสำคัญจะไม่ย้ายออกจากทีมในฤดูกาลนี้ แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับความสนใจจากลีก ซาอุดีอาระเบีย เดอ บรอยน์ (De Bruyne) วัย 33 ปี เหลือสัญญากับทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก เพียงปีเดียว และเพิ่งเปิดเผยว่าได้พูดคุยกับภรรยาของเขา มิเชล (Michele)